ไดโนเสาร์มีเขาไว้ดึงดูดเพศตรงข้ามมากกว่าเพื่อป้องกันตัว

 

แม้ก่อนหน้านี้นักบรรพชีวินวิทยาจะเชื่อกันว่า ไดโนเสาร์กินพืชกลุ่มที่มีเขา จะงอย หรือแผงคอ ที่เรียกว่าเซราทอปเซียน (Ceratopsian) มีเครื่องประดับศีรษะเอาไว้ป้องกันตัวเพื่อความอยู่รอด แต่ผลการศึกษาล่าสุดกลับชี้ว่า เขาหรือจะงอยเหล่านี้น่าจะมีไว้เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อวิวัฒนาการของพวกมันมากกว่า

นายแอนดรูว์ แนปป์ นักศึกษาวิจัยระดับปริญญาเอกของสถาบันควีนแมรี มหาวิทยาลัยลอนดอน (QMUL) ตีพิมพ์ผลการศึกษาข้างต้นในวารสารราชสมาคมกรุงลอนดอนฉบับบี
(Proceedings of the Royal Society B) โดยระบุว่าผลการวิเคราะห์ฟอสซิลของไดโนเสาร์กลุ่มเซราทอปเซียน
ชี้ว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์เหล่านี้มีวิวัฒนาการมาเพื่อใช้เขาเป็นเครื่องบ่งบอกถึงกรรมพันธุ์ที่ดีของตนเอง ล่อตาล่อใจให้เพศตรงข้ามยอมจับคู่ผสมพันธุ์ด้วย ในแบบเดียวกับที่นกยูงตัวผู้รำแพนหางอวดตัวเมียนั่นเอง

 

พบฟอสซิลญาติโบราณมีหางของแมงมุมในอำพัน 100 ล้านปี ไดโนเสาร์ขยายอาณาเขตได้ดีเกินไปจนเกิดสายพันธุ์ใหม่น้อยลงพบฟอสซิลลูกไดโนเสาร์ “เบบี้ ลูอี” เป็นสายพันธุ์ใหม่มีขน ผู้วิจัยเรียกสิ่งนี้ว่า “การคัดเลือกเชิงสังคม-เพศ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกตามธรรมชาติ โดยไดโนเสาร์กลุ่มนี้ที่มีเขาหรือแผงคอขนาดใหญ่และงามสง่า มีโอกาสที่จะได้ผสมพันธุ์และส่งต่อพันธุกรรมของตนไปยังลูกหลานได้มากกว่า

ก่อนหน้านี้มีงานวิจัยที่ชี้ว่า ไดโนเสาร์กลุ่มเซราทอปเซียนเช่นไทรเซราทอปส์ (Triceratops) ที่มี 3 เขา ไม่ได้ใช้งานอวัยวะส่วนนี้เพื่อการต่อสู้ป้องกันตัว หรือเพื่อควบคุมอุณหภูมิร่างกายมากนักนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่า เขาและแผงคอของไดโนเสาร์กลุ่มนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันการผสมข้ามพันธุ์เพราะไม่สามารถแยกแยะสัตว์ต่างประเภทกันได้
ผู้เชี่ยวชาญด้านบรรพชีวินวิทยาหลายคนมองว่า ลักษณะเด่นเช่นเขาและแผงคอ น่าจะมีไว้เพื่อสร้างความสะดุดตาและดึงดูดใจ มากกว่าจะมีไว้เป็นที่สังเกตเพื่อขับไล่สัตว์ต่างพวก
ซึ่งในกรณีเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ลักษณะที่โดดเด่นมากเพื่อแยกแยะก็ได้

 

อย่างไรก็ตาม ผู้วิจัยย้ำว่าไดโนเสาร์กลุ่มเซราทอปเซียนทั้งตัวผู้และตัวเมียต่างก็มีเขาและแผงคอเหมือนกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากซากฟอสซิลแล้วแทบไม่สามารถแยกแยะทั้งสองเพศออกจากกันได้
ซึ่งทำให้น่าสนใจว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์กลุ่มนี้จะมีวิถีการดำรงชีวิตอย่างไร

“ไดโนเสาร์จำพวกเซราทอปเซียนนั้นออกลูกเป็นไข่ อาจจะทำให้ทั้งเพศผู้และเพศเมียมีบทบาทในการเลี้ยงดูลูกมากเท่าเทียมกัน อย่างที่พบในสัตว์จำพวกนกก็เป็นได้” นายแนปป์กล่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *