นกยักษ์ ยอดนักฆ่า (The Killer bird)

นับแต่ไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปเมื่อ 65 ล้านปีก่อน โลกได้เข้าสู่ยุคของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ทว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น ไม่ใช่มีเพียงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่านั้น ที่ครองความยิ่งใหญ่ แต่ยังมีสัตว์อีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าแย่งชิงตำแหน่งนักล่าสุดยอดกับเหล่านักล่าเลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งสัตว์เหล่านั้นคือ นกยักษ์

4เ้

 

นกยักษ์ชนิดแรกที่ปรากฏขึ้นบนโลกหลังการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ คือ กาสโตนิส นกกินเนื้อที่บินไม่ได้ ด้วยความสูง 7 ฟุต และอาจจะหนักเกือบครึ่งตัน กาสโตนิสมีจงอยปากที่ใหญ่และแข็งแรงเหมาะแก่การฉีกเนื้อ ทั้งยังมีเท้าที่ใหญ่และกรงเล็บแหลมคม ทำให้มันเป็นสัตว์นักล่าที่น่าเกรงขาม พวกมันมีชีวิตอยู่เมื่อ 49 ล้านปีก่อน ในยุคอีโอซีน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมส่วนใหญ่ยังมีขนาดเล็ก เช่นพวกม้ายุคแรกที่มีขนาดเท่าๆกับแมวตัวโตๆเท่านั้น และแน่นอนว่า พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้ย่อมต้องกลายเป็นเหยื่อของนกยักษ์

 

 

ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกับที่กาสโตนิสมีชิวิตอยู่บนโลก ยังมีนกยักษ์อีกชนิดหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในเวลานั้น พวกมันคือ นกไดอาทรีมา นกชนิดนี้มีลักษณะคล้ายกาสโตนิส โดยมีความสูง 7 ฟุตเท่ากัน มันมีขาแข็งแรงและปกคลุมด้วยเกล็ดหนา เหมาะแก่การบุกป่ารกเพื่อไล่ล่าเหยื่อ จงอยปากจองไดอาทรีมาใหญ่และคมนับเป็นเครื่องมือสังหารที่ทรงประสิทธิภาพ ทว่าเมื่อสภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง และผืนป่าดงดิบลดน้อยลง กลายเป็นทุ่งหญ้า นกยักษ์หล่านี้ก็สูญพันธุ์ไป

44

 

เมื่อ 6 ล้านปีก่อน ในยุค มีโอซีน นกบินได้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก ได้อาศัยอยู่ในดินแดนอาร์เจนตินา ชื่อของมัน คือ อาเจนตาวิส แมกนิฟิเซนส์ หรือ นกมหัศจรรย์แห่งอาเจนตินา นกอาเจนตาวิส มีความยาวจากปลายปีกข้างหนึ่งถึงอีกข้าง 7 เมตร และน่าจะหนักราว 70 กิโลกรัม ลำตัวยาวประมาณ 1.6 เมตร จงอยปากยาวและแหลมคม นักวิทยาศาสตร์คิดว่า นกเหล่านี้คงจะบินร่อนในที่ราบเพื่อหาเหยื่อแบบเดียวกับนกเหยี่ยวหรือแร้งในปัจจุบัน และด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมัน พวกอาเจนตาวิสน่าจะสามารถกลืนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กได้ทั้งตัวในคำเดียว

81791D

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *