ซอโรพอด ยีราฟในอดีต

สมัยดึกดำบรรพ์ ในยุคเมโสโสอิกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ ซึ่งพวกมันได้มีการวิวัฒนาการในแนวทางที่แตกต่าง เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่ารวดเร็วราวกับแสง โดยบางตัวมีเกราะหุ้มตัว บางตัววิ่งเร็ว บางตัวมีเขาแหลมคม และบางก็วิวัฒนาจนมีร่างกายใหญ่โตกลายยักษ์ เนื่องจากการเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญ

คำว่า ซอโรพอด (Sauropoda) เป็นภาษาละตินแปลว่า เท้าจิ้งจก พวกซอโรพอดเป็นไดโนเสาร์ในลำดับ ซอริสเชียน (Saurischian) หรือพวกสะโพกกิ้งก่า ซึ่งเป็นพวกที่ใช้ขาทั้งสี่ในการเคลื่อนที่ ซอโรพอดทุกชนิดเป็นพวกกินพืชและมีลักษณะเด่นร่วมกันคือ ศีรษะเล็ก คอยาว หางยาว ขาใหญ่ ลำตัวหนา และมีขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดยักษ์

ดึกดำพรรษ์

หลังจากยุคไทรแอสสิก เมื่อเข้าสู่ยุคจูแรสสิก พวกซอโรพอดได้มีวิวัฒนาการจนมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าในยุคแรก และมีน้ำหนักตัวมากขึ้นจนต้องใช้ขาทั้งสี่ข้างในการพยุงและแทบจะไม่สามารถยืนด้วยสองขาหลังได้อีก พวกซอโรพอดขนาดกลางซึ่งหนักราว 7 – 8 ตัน อย่าง คามาราซอรัส ยูฮีโลพัส จะเคลื่อนที่ได้คล่องตัวกว่า พวกขนาดใหญ่ที่ต้องใช้หางยาวเพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย ในขณะเคลื่อนที่ อย่าง ดิโพลโดคัส อะพาโทซอรัส ส่วนบางชนิดเช่น มาเมนชิซอรัส ก็มีคอที่ยาวมากจนน่าพิศวง

ซอโรพอดบางชนิดมีหางสั้นกว่า และมีช่วงไหล่สูงลำตัวลาดลง อย่างเช่น แบรคคิโอซอรัส กิราฟอไตตัน ขณะที่ซอโรพอดขนาดกลางอย่าง ซัลตาซอรัส แอมพิโลซอรัส ซึ่งหนักประมาณเจ็ดตันจะมีแผ่นกระดูกแข็งเป็นเกราะหุ้มที่บริเวณหลัง ส่วนชูโนซอรัส นอกจากจะมีเกราะแล้ว ที่ปลายหางของมันยังมีกระบองหนามเล็กๆอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีซอโรพอดหน้าตาแปลกๆอย่าง อมากาซอรัสที่มีแผงกระดูกขนาดใหญ่งอกมาตลอดลำคอ ซึ่งแผงกระดูกนี้อาจเป็นอาวุธป้องกันตัวจากนักล่า หรือไม่ก็สิ่งที่ใช้สำหรับดึงดูดเพศตรงข้ามในฤดูผสมพันธุ์

ดึกดำพรรษ์

การวางไข่ของซัลตาซอรัส

ในสมัยก่อน นักวิทยาศาสตร์คิดว่า พวกซอโรพอดหลายชนิดโดยเฉพาะพวกที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก จะต้องอาศัยอยู่ในน้ำเพื่อใช้น้ำพยุงน้ำหนักร่างกาย แต่ในปัจจุบันแนวคิดตั้งกล่าวตกไปแล้ว เพราะจากการศึกษาซากฟอสซิลพบว่าพวกซอโรพอดอาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นทุ่งราบและป่าทึบ เหมือนเช่นพวกช้างในปัจจุบัน และการค้นพบซากฟอสซิลของพวกมันมากขึ้น ทำให้คำนวณน้ำหนักของมันได้น้อยลงกว่าที่เคยประเมินไว้ ที่สำคัญ โครงสร้างของซอโรพอดหลายชนิดในลักษณะยาวและกระจายน้ำหนักมากกว่าที่คิด อย่างพวกดิโพลโดคัส ที่มีคอและหางยาวอยู่ในระนาบเดียวกัน ทำให้สามารถทรงตัวได้ดี

ในยุคแรก ภาพซอโรพอดจะถูกวาดให้ชูคอสูงตรงแบบยีราฟและเชื่อว่า พวกมันจะกินใบไม้บนต้นไม้สูงๆเหมือนพวกยีราฟ ทว่าการจะชูคอขึ้นสูงนานๆได้นั้น ต้องมีระบบสูบฉีดเลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองที่ใช้กำลังอย่างมาก ซึ่งนั่นจะทำให้ซอโรพอดต้องมีหัวใจที่ใหญ่มากเพื่อสร้างแรงดันเลือดให้มากพอ หรือไม่เช่นนั้น ก็ต้องมีกล้ามเนื้อลำคอที่ทรงพลังมากสำหรับสูบฉีดเลือด คล้ายกับแผ่นวัดความดันเลือด สำหรับฉีดเลือดไปเลี้ยงสมอง

อย่างไรก็ตาม หากเป็นเช่นนั้น พวกซอโรพอดจะต้องมีกระดูกคอที่หนาใหญ่มากกว่านี้เพื่อรับน้ำหนักกล้ามเนื้อดังกล่าว และจากการตรวจสอบกระดูกช่องอกของซอโรพอด ก็พบว่า ขนาดหัวใจของพวกมันที่คำนวณได้ มีขนาดเฉลี่ยประมาณลูกบาสเกตบอล ซึ่งถ้าซอโรพอดจะชูคอสูงแล้ว หัวใจของพวกมันต้องใหญ่กว่านี้สามถึงสี่เท่า

นักวิทยาศาสตร์จึงคิดว่า พวกซอโรพอดไม่น่าจะชูคอสูงๆบ่อยนัก โดยในเวลาปกติ ลำคอของพวกมันน่าจะอยู่ในแนวไล่เลี่ยกับลำตัว หรืออยู่ในมุมเอียงลาดระดับเดียวกับแนวสันหลัง อย่างของพวกบราคิโอซอรัส ซึ่งนั่นทำให้อาหารหลักของซอโรพอดเป็นพืชที่มีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ย มากกว่ายอดไม้สูงอย่างที่เคยเชื่อกัน ซึ่งส่งผลต่อการสันนิษฐานถึงถิ่นอาศัยของซอโรพอดที่น่าจะเป็นทุ่งราบที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และไม้ต้นเตี้ย มากกว่าป่าดิบที่มีไม้ยืนต้นลำต้นสูง

สมัยดึกดำบรรพ์ ในยุคเมโสโสอิกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ ซึ่งพวกมันได้มีการวิวัฒนาการในแนวทางที่แตกต่าง เพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่ารวดเร็วราวกับแสง โดยบางตัวมีเกราะหุ้มตัว บางตัววิ่งเร็ว บางตัวมีเขาแหลมคม และบางก็วิวัฒนาจนมีร่างกายใหญ่โตกลายยักษ์ เนื่องจากการเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งสำคัญ

ซอโรพอดเป็นสัตว์สังคม จากรอยเท้าและซากฟอสซิลที่พบบ่างชี้ว่า สัตว์เหล่านี้จะอาศัยอยู่รวมเป็นฝูงแบบเดียวกับช้าง โดยในวางไข่ ซอโรพอดจะทำรังวางไข่ในบริเวณเดียวกัน โดยไข่ของซอโรพอดมีขนาดไม่เกินลูกฟุตบอล ซึ่งตัวอ่อนที่เกิดมาจะมีขนาดเล็ก และตกเป็นเหยื่อของนักล่าได้ง่าย หลังฟักออกจากไข่ แม่ของพวกมันจะปล่อยให้พวกมันเอาตัวรอดตามลำพัง โดยการเข้าไปซ่อนตัวในป่า จากนั้นจะออกมารวมฝูงเมื่อเข้าสู่วัยรุ่นและมีขนาดประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเต็มวัย ในแต่ละครั้งซอโรพอดจะวางไข่เป็นจำนวนหลายสิบฟองก็เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะมีลูกซอโรพอดเหลือรอดจากนักล่ามากพอจนเติบโตและสืบเผ่าพันธุ์ต่อไปได้

ซอโรพอดยังคงสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อมาจนถึงยุคครีตาเชียสและวิวัฒนาการจนกลายเป็นสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมี โดยซอโรพอดขนาดยักษ์อย่าง อาเจนติโนซอรัส พาราลิไตตัน มีน้ำหนักกว่าสี่สิบตัน และยาวได้เกือบร้อยฟุต

เหตุผลที่ซอโรพอดวิวัฒนาการให้มีขนาดใหญ่ ก็เนื่องจากในยุคหลัง พวกสัตว์นักล่าได้มีวิวัฒนาการจนมีขนาดใหญ่ขึ้น อย่างไทรันโนซอรัส อัลโลซอรัส กิแกนโตซอรัส ทำให้พวกซอโรพอดต้องมีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อป้องกันตัว นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิประเทศจากป่าทึบเป็นที่ราบที่มีไม้พุ่มกระจายตัวในวงกว้าง ทำให้ซอโรพอดต้องออกหาอาหารไกลขึ้น พวกมันจึงต้องมีร่างกายขนาดใหญ่เพื่อสะสมพลังงานสำหรับการเดินทางไกล

 

ที่มา http://www.komkid.com

81791D

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *