Jurassic world ภาพยนตร์โลกดึกดำบรรพ์ที่น่าดู

จูลาสิค เวิลค์

นับตั้งแต่ ปี 1993 สตีเว่น สปีลเบิร์ก ได้สร้างผลงาน เรื่อง Jurassic Park มหากาฬไดโนเสาร์โลกดึกดำบรรพ์ขึึ้นมา เรื่องนี้ถือเป็นภาพยนตร์สำคัญที่ทำให้ทั้งโลกต้องจดจำ ด้วยเรื่องราวของการฟื้นคืนชีพไดโนเสาร์กลางสวนสนุกเกาะอิสลา นูบลา โดยจอห์น แฮมมอนด์ บุรุษหมาเศรษฐีเจ้าของและผู้สร้างสวนสนุกแห่งนี้ขึ้นมา แต่เมื่อระบบรักษาความปลอดภัยเกิดความผิดพลาดทำให้บรรดาไดโนเสาร์ หลุดออกมาได้ และทำให้บรรดานักท่องเที่ยวตกอยู่ในภาวะอันตราย 

 

จูลาสิค เวิลค์

 

ทั้งหมดทั้งมวลของ เรื่องราว Jursassic Park นั้นได้ถูกดัดแปลงมาจากนิยายที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล ไครซ์ตัน นักเขียนนิยายแนววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชาวอเมริกัน สิ่งที่ถือเป็นจุดเด่นของนิยามเขา มักจะพูดถึงเรื่องความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ ที่ชอบจะทำให้เกิดหายนะขึ้นร้ายแรง จากความล้มเหลวของการทดลอง หรือ ระบบการทำงานของเทคโนโลยี สรุปคือมาจากความผิดพลาดของมนุษย์นั้นเอง

Jurassic World ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะสานฝันของ จอห์น แฮมมอนด์ให้กลายเป็นความจริงขึ้น เรื่องราวเกิดขึ้น 22 ปี หลังจากหนังภาคแรก เมื่อ ไซมอน มาสรานี (อีร์ฟาน ข่าน) นักธุรกิจชาวอินเดีย เจ้าของบริษัทมาสรานี โกลเบิล คอเปอเรชั่นได้ซื้อกิจการบริษัทอินเจน หลังจากจอห์น แฮมมอนด์เสียชีวิตลง ความพยายามของเขาสามารถสร้างจูราสิคเวิร์ลในปี 2005 จนมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาราวสองหมื่นคนต่อวัน

จูลาสิค เวิลค์

Jurassic World เดินเรื่องตามพล็อตหนังภาคแรกทุกอย่าง ในรูปโฉมของพาร์คใหม่ และตัวละครใหม่ จริงอยู่ที่บรรดาฉากไล่ล่า หรือเผยใ ห้เห็นไดโนเสาร์อาจจะตื่นเต้นเร้าใจ แต่ด้วยความที่หนังภาคนี้ดูเหมือนผู้กำกับจะลังเลในตัวเองว่าจะทำเป็นหนังครอบครัวที่ทุกคนดูได้แบบ Jurassic Park หรือจะทำเป็นหนังที่ค่อนข้างซีเรียสและจริงจังแบบใน The Lost World:Jurassic Park เป็น เลยเป็นผลทำให้หนังภาคนี้มีความ “ครึ่งๆกลางๆ” ไปไม่สุด

ตัวละครที่ถูกออกแบบมาให้ดูค่อนข้างเสียสติหน่อยๆ แบบแคลร์และไซมอน มาสรานีกลับดูไม่ค่อยมีความเป็นมนุษย์ ในขณะที่ตัวละครอย่างโอเว่นและบรรดาพ่อแม่ของเกรย์และแซค กลับดูซีเรียสจริงจังและเป็นมนุษย์มากเกินไป ทำให้เกิดความลักลั่นอย่างที่บอกว่าหนังไปไม่สุดสักทาง
จูลาสิค เวิลค์

 

อย่างไรก็ตามเทคนิคพิเศษในหนังก็ยังตื่นตาตื่นใจ เป็นหนังซัมเมอร์ที่ทุกคนรอคอย เพียงแต่คนที่เติบโตมาพร้อมกับหนัง Jurassic Park  ภาคแรกอาจจะยัง “ตราตรึง” กับหนังภาคนั้นไม่รู้คลายจนรู้สึกว่า Jurassic World ก็ยังเป็นการกินบุญเก่าและไม่สามารถเทียบชั้นต้นฉบับได้ ดังเช่นฉากคาราวะต้นฉบับที่สองเด็กน้อยเข้าไปพบกับพาร์คเก่า, การขับรถผ่านรั้วไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการขับรถจิ๊บจากหนังภาคแรกกลับมายังจูราสิค เวิร์ล นั่นเอง

 

ที่มา @พริตตี้ปลาสลิด