15 สัตว์ดึกดำบรรพ์ ที่น่าเหลือเชื่อว่ามันเคยอยู่บนโลกนี้

เรามักใช้คำว่า ไดโนเสาร์ เรียกสัตว์โบราณขนาดใหญ่ในอดีตแบบเหมารวม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สัตว์ดึกดำบรรพ์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์นั้นมีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ยิ่งนัก วันนี้ทีมงาน Zpore
จึงขอพาทุกท่านไปชมสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่น่าสนใจเหล่านี้ มาดูกันว่าคุณจะชอบตัวไหนเป็นพิเศษบ้าง


1. Estemmenosuchus
รูปร่างเหมือนไดโนเสาร์หากแต่ความจริงแล้วมันเป็นสัตว์กลุ่ม Dinocephalia (สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง) รูปร่างใหญ่โต เงอะงะ กะโหลกใหญ่ จุดเด่นคือมันมีนอเหมือนแรด มีเขาเหมือนกวางใหญ่และแปลก
มีฟันที่แหลมคมเหมือนสุนัขแต่ใหญ่กว่า แต่ถึงอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถระบุอาหารที่มันกินแน่นอนแต่คาดว่ามัน คงจะเป็นสัตว์กินไม่เลือก (มีสองชนิดอีก คือ พวกกินพืชและกินเนื้อ)
แต่ส่วนตัวผมคิดว่ามันเป็นสัตว์ที่น่ากลัวและไม่อยากจะเข้าใกล้เลยนะเนี้ย ปัจจุบันมีการพบซากของสัตว์นี้ในรัสเซีย ช่วงที่พบจากการตรวจสอบมันอาศัยอยู่ในยุค เพอร์เมียน (Permian)
แต่ซากที่พบมันมีน้อยทำให้ยังต้องศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับตัวมันให้มากยิ่งขึ้นไปอีก

2. Acrophyseter
ญาติกับวาฬสเปิร์มที่มีขนาดใหญ่มากๆ ซึ่งวาฬสเปิร์มจะชอบปลาหมึกมาก มันจะไม่โจมตีมนุษย์หากไม่ไปแหย่มันก่อน แต่เจ้า Acrophyseter นั้นเป็นสัตว์ขนาดกลางไม่กินปลาหมึก หากแต่เป็นพวกสัตว์ทะลหรือแม้แต่บนฟ้า ด้วยฟันที่น่ากลัวสามารถงับเหยื่อได้อย่างง่ายดาย ฟอสซิสของมันถูกพบที่เปรู ในช่วงสมัยไมโอซีน (Miocene) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นยุคที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่โต

3. Gigantopithecus
ลิงยักษ์ไจแกนโทพิเธคัส รูปร่างเหมือนลิงอุรังอุตัง พบซากในป่าและภูเขาของจีน, อินเดีย และเวียดนาม ในยุค Pleistocene เป็นมังสวิรัติ แต่ก็น่ากลัวด้วยความสูงถึงสามเมตรหนึกถึง 550 กิโล
ที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในทวีปเอเชียได้อย่างดี ทำให้มันแข็งแกร่งและอยู่รอดจากการล่าได้ แต่สุดท้ายมันก็สูญพันธุ์เมื่อ 300,000 ปีที่แล้ว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
แต่กระนั้นยังมีรายงานการพบเห็นตัวมันในเทือกเขาหิมาลัยในชื่อ “เยติ” อยู่

4. Epicyon
เป็นบรรพบุรุษของสุนัข อยู่ในตระกูล Canidae(ต้น ตระกูลของสุนัข) เป็นเครื่องจักรสังหารที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีความเร็วและความอดทน ดุร้ายและมีขากรรไกรที่ทรงพลังที่สามารถบดกระดูกเหยื่อที่พวกมันล่าอย่าง ง่ายดาย
สัตว์พวกนี้ปกครองในที่ราบของอเทริกาเหนือในยุคต้นไมโอซีน(ฟลอริด้า, แคนาดา ไปจนถึงนิวเม็กโกและเท็กซัส) ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยตระกูลแมวใหญ่ในเวลาต่อมา

5. Edestus
ฉลามขาวถือได้ว่าปลาที่มีฟันที่น่าหวาดเสียวและน่ากลัวที่สุดในธรรมชาติ แต่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์เจ้าตัว Edestus ถือว่ามีฟันที่สุดน่ากลัวก็ว่าได้ เพราะมันอยู่ในสกุลของปลาฉลาม ใหญ่ประมาณ 7 เมตร
อาศัยมหาสมุทรของโลกในช่วงปลาย Carboniferous (306-299 ล้านปีมาแล้ว) การจัดเรียงฟันค่อนข้างแปลกไม่เหมือนใครเหงือกถูกดันให้ออกมานอกเพดานปาก โครงสร้างฟันจะโค้ง แต่ฟันแหลมคมมหึมาและหยัก
นอกจากนี้หากเสียฟันเก่าไปฟันใหม่ก็งอกและแทนที่ได้

6. Gorgonopsid
ดูๆ ไปก็นึกว่าสัตว์ประหลาดในยุคหนังเกรดบีสมัยก่อน หากแต่เจ้าตัว Gorgonopsid มีอยู่จริง เป็น Therapsid(บรรพบุรุษสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) เป็นสัตว์เลื้อยคลานเลี้ยงลูกด้วยนมในยุคปลาย Permian
แล้ว ขาตั้งตรง ขากรรไกรกว้าง และมีอาวุธคือเขี้ยวดาบสุดอันตรายนั่นเอง(ชัดเจนว่ามันกำลังปรับตัวให้เป็น สัตว์กินเนื้อ) มีลักษณะคล้ายสัตว์เลื้อยคลานแต่ว่องไวกว่า ตัวโตหกเมตร นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบว่ามันมีขนหรือมีเกล็ดหรือเปล่าปัจจุบันเรายังไม่รู้รายละเอียดสำหรับสัตว์ชนิดนี้มากนัก

7. Terror bird
นกในตระกูล Phorusrhacids หนึ่งในนักฉวยโอกาสที่ดุร้ายที่สุด อาศัยในอเมริกาใต้และบางส่วนในทวีปอเมริกาเหนือในช่วงสมัยไมโอซีน ก่อนที่จะถูกแทนที่ตระกูลแมวใหญ่ในเวลาต่อมา เป็น นกที่กินสัตว์อื่นๆ เป็นอาหาร
พวกมันไม่สามารถบินได้เพราะมันปีกเล็ก ตัวใหญ่ขนาดตัวตั้งสามเมตรและน้ำหนักถึงครึ่งตันวิ่งเร็วประมาณ 48 Km ซึ่งนับว่าไวมาก อาวุธหลักของมันคือกรงเล็บเท้าและปากที่แข็งแกร่งและใหญ่สามารถกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่เท่าหมาได้อึกเดียว! อาหารที่มันชอบคือสัตว์ตระกูลม้าและอูฐ

8. Madtsoia
คุณคิดว่าอนาคอนด้านั้นเป็นงูที่ใหญ่ที่สุดแล้วหรือ?? ผิดแล้วละ มันมีงูที่ใหญ่กว่านี้อีก มันก็คือ Madtsoia เรียกได้ว่ามันคือฝันร้ายสำหรับคนกลัวงูเลยทีเดียว เพราะเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบซากฟอสซิลของ “งูยักษ์” ในอเมริกาใต้ อาร์เจนตินา, บราซิล,โคลัมเบีย คาดเป็นงูสายพันธุ์ใหญ่ที่สุดและเลื้อยอยู่บนโลกเมื่อ 60 ล้านปีก่อน มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่ารถบัส โดยที่งูสายพันธุ์นี้น่าจะมีน้ำหนักมากสุดได้ถึง 2 ตัน และยาวได้เต็มที่ 15-20 เมตร ใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ และ สามารถเลื้อยคลานบนพื้นดินได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนเวลาว่ายอยู่ในน้ำ และน่าจะกินจุมากพอสมควร ซึ่งอาหารของมันอาจรวมถึงปลาขนาดใหญ่และจระเข้หรือแม้แต่ไดโนเสาร์ด้วย!! เนื่องจากมีการสันนิษฐานว่ามันอาจอยู่ในช่วง ยุคไดโนเสาร์ และยุคครีเตเซียส(Cretaceous period) (สูญพันธุ์ของพวกไดโนเสาร์แต่พวกนกยังคงมีชีวิตอยู่) เสียดายที่เราไม่ได้เห็นตัวมันเป็นๆ เพราะมันสูญพันธุ์เมื่อ 45 ล้านปีมาแล้ว

9. Purussaurus
ดูๆ ไปก็เหมือนจระเข้การ์ตูนตลกเรื่องหนึ่ง หากแต่เป็นตัวจริงของเจ้า Purussaurus เป็น จระเข้ยักษ์ อยู่ในอเมริกาใต้ ในช่วงสมัยไมโอซีน ประมาณ 8 ล้านปีมาแล้ว มันเป็นที่รู้จักจากการพบกะโหลกศีรษะในบราซิล โคลัมเบีย เวเนซุเอลาเหนือ และเปรู มันมีกะโหลกศีรษะถึง 1.5 เมตร(5ฟุต) วัดรอบตัว 12 เมตร หมายความว่ามันเป็นจระเข้ที่โครตยักษ์ที่แปลกสุดเท่าที่เคยมีมา

10. Entelodon
ถ้าจะบอกว่าเจ้าตัวนี้คือญาติของหมู คุณจะเชื่อไหมล่ะ เจ้าสัตว์ดึกดำบรรพ์อย่าง Entelodon เจ้า ยักษ์ขนาดเจ็ดฟุตมหึมา เป็นสัตว์กีบที่เคยอาศัยอยู่บนโลกเมื่อหลายล้านปีก่อน(9 ล้านปี) โดยเราสามารถพบฟอสซิลมันทุกที ทางแถบเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ที่ อาศัยอยู่ตามหนองคลองบึง ที่หน้าตาไม่หล่อแต่น่ากลัว แถมมีฟันสุดแข็งแกร่งสามารถฉีกขาดเนื้อออกจากกระดูกอย่างง่ายดาย และขากรรไกรที่แข็งแรงสามารถบดกระดูกสบายๆแต่กระนั้นขนาดสมองของมันนั้นมีขนาดเท่าตัวหมัดเท่านั้น

11. Azhdarchid
ชื่ออัซห์ดาร์คิดนี้มาจากภาษาอุซเบกิสถาน ซึ่งหมายถึงมังกร มีลักษณะคล้ายกับนกในยุคปัจจุบันบางชนิด คือ นกเงือกและนกกระสา ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลานมีปีกขนาดใหญ่กว่าเทอโรซอร์(สัตว์เลื้อยคลานมีปีกในยุคโบราณ
ที่ดำรงชีวิตอยู่บนโลกในช่วง 230-65 ล้านปีก่อน) โดยที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดหนักถึง 250 กิโลกรัม เมื่อกางปีกออกมีความกว้างราว 10 เมตร และลักษณะความสูงคล้ายกับยีราฟ รู้จักครั้งแรกในช่วงทศวรรษที่ 70 และวิถีการดำรงชีวิตของพวกมัน ก็เป็นหัวข้อที่นักวิทยาศาสตร์นำมาโต้แย้งกันค่อนข้างมาก โดย พบว่าสัตว์ดังกล่าวมิได้มีพฤติกรรมบินโฉบเหนือผิวน้ำ เพื่อจับปลาในทะเลกินเป็นอาหาร ทว่ากลับค่อยๆ เดินย่องตะครุบเหยื่อบนบกเหมือนไดโนเสาร์นักล่าตัวอื่นๆ

12. Pulmonoscorpius
เป็นแมงป่องยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดแต่สูญพันธุ์ไปแล้ว อาศัยอยู่ในช่วง Visean ยุคของ Carboniferous (ช่วงเวลานี้แมลงส่วนใหญ่มีขนาดโตทั้งนั้น) พบในฟอสซิลแถบอังกฤษ, สก็อตแลนด์ ยุโรปบางแห่ง มี ขนาดใหญ่ถึง 1 เมตร รูปร่างเหมือนแมงป่องปัจจุบัน ออกทางกินเวลากลางคืนเป็นหลัก เวลาจะล่าก็เหมือนแมงป่องทั่วๆ ไปคือใช้พิษ เพื่อเผด็จศึกก่อนที่จะใช้คีบยึดและฉีกเนื้อให้ย่อยก่อนเข้าปากมัน

13. Xenosmilus
นี่คือสัตว์ตระกูลแมวใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว (สาเหตุการสูญพันธุ์ไม่ชัดเจน) พบในอเมริกาเหนือ มีชีวิตอยู่เมื่อ 1 ล้านปีก่อน ร่างกายใหญ่ประมาณ 1.7-1.8 เมตร กล้ามเนื้อแข็งแกร่ง แต่ลำตัวอ้วน หนักประมาณ 230-250 กิโลกรัม มีฟันยาวแข็งแกร่ง

14. Megalodon
นี่คือคือฉลามใหญ่สุดเท่าที่เคยมีมาบนโลก เชื่อว่าอาศัยอยู่ในยุค Miocene และ Pliocene (16 – 1.6 ล้านปีก่อน) หนังสือบางเล่มให้ข้อมูลว่า ฉลามชนิดนี้อยู่เรื่อยมาจนถึงเมื่อ 12,000 ปีก่อน ญาติสนิทของ Megalodon
ที่หลงเหลือในปัจจุบันคือ “ฉลามขาว” ขนาดของฉลามยักษ์ยังไม่เป็นที่แน่ชัด คงประมาณ 20 – 25 เมตร น้ำหนัก 20 – 45 ตัน ปากอ้าได้กว้างประมาณ 3 เมตร ฉลาม ชนิดนี้กินวาฬและสัตว์ใหญ่เป็นอาหาร อาศัยอยู่ทั่วโลก โดยมีการค้นพบซากฟอสซิลทั้งในยุโรป แอฟริกา อเมริกา ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อินโดนีเซีย) นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามันสูญพันธุ์เพราะภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง วาฬย้ายถิ่นหาอาหาร จากทะเลเขตร้อนเข้าสู่เขตหนาวใกล้ขั้วโลก ทำให้ฉลามยักษ์ไม่มีอาหารกิน บางคนเชื่อว่าโคตรเขี้ยวนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ ณ ที่หนึ่งในโลก

15. Spinosaurus
สไปโนซอรัส (Spinosaurus) ชื่อนี้มีความหมายว่าสัตว์เลื้อยคลานมีหนาม สมัยก่อนเรามักคิดว่าทีเร็กซ์จะเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อที่ใหญ่ที่สุด แต่แล้วความคิดนี้ก็เปลี่ยนไปเมื่อมีการพบซากของเจ้า สไปโนซอรัส สัตว์กินเนื้อยืน 2 ขา ที่ระบุว่ามันใหญ่กว่าทีเร็กซ์ เท่าที่นักวิทยาศาสตร์รู้ในตอนนี้ (ทีเร็กซ์มีความยาว 40-50 ฟุต แต่สไปโนซอรัสยาว 55 ฟุต ขึ้นไป) มีจุดเด่น คือกระดูกสันหลังสูงเป็นแผ่นคล้ายใบเรือ เชื่อกันว่าใช้ควบคุมอุณหภูมิร่างกาย ส่วนปากยาวคล้ายจระเข้มีหงอนทู่ขนาดเล็กอยู่เหนือดวงตา แขนแข็งแกร่งมี 3 นิ้ว ส่วนกะโหลก ยาว 1.75 ม. น้ำหนัก 7 – 10 ตัน อยู่ในช่วงเวลากลางยุคครีเตเชียส (100-97 ล้านปีที่แล้ว)