เต่าอัลลิเกเตอร์ชีวิตดึกดำบรรพ์ที่เหลืออยู่

จ.สตูลดูแลเต่าอัลลิเกเตอร์ 2 ตัวในกลุ่มสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่หาดูยาก หลังได้รับมอบจากด่านระหว่างประเทศ ถูกลักลอบนำเข้าไทย

นายจรัญ หลีหมัน เจ้าหน้าที่ประมงน้ำจืด สำนักงานศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดสตูล ตำบลกำแพง อำเภอละงู จังหวัดสตูล พาไปดูเต่าอัลลิเกเตอร์ ในบ่อเลี้ยงเต่าในศูนย์ฯ โดยเต่าอัลลิเกเตอร์ นอนเงียบๆอยู่ในน้ำจืด โดยลักษณะเต่าอัลลิเกเตอร์ แตกต่างเต่าไทยและตัวอื่นๆอย่างมาก ซึ่งมีสภาพคลายสัตว์ดึกดำบรรพ์ นายจรัญ กล่าวว่า เต่าอัลลิเกเตอร์ เป็นการส่งต่อมาจากเจ้าหน้าที่ระหว่างชายแดนที่ผู้รู้นำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย แต่ไม่ผ่านในเรื่องนำเข้าจึงได้นำมาเลี้ยงดูแลต่อที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้ ส่วนการที่ประชาชนจะเข้ามาดูศึกษาได้ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ในช่วงเวลาราชการ

สำหรับเต่าชนิดนี้เป็นเต่าน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นวงศ์วานในกลุ่มสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังมีลมหายใจในปัจจุบันด้วย เต่าอัลลิเกเตอร์ หรือ เต่าอัลลิเกเตอร์ สแนปปิ้ง อยู่ในวงศ์เต่าสแนปปิ้ง ในสกุล Macrochelys ซึ่งสัตว์ส่วนใหญ่ในสกุลนี้สูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ดังนั้นการให้ฉายาเจ้าเต่าอัลลิเกเตอร์ว่าเป็นซากชีวิตดึกดำบรรพ์ที่เหลืออยู่

เต่าอัลลิเกเตอร์เป็นเต่าน้ำจืดที่ถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีอาวุธคือพลังกรามกัดชนิดดุเดือดและรุนแรง โดยประมาณว่าเต่าขนาดตัว 1 ฟุต จะมีอัตราแรงกัดมากถึง 1,000 ปอนด์ ด้วยแรงขนาดนี้เมื่อจัดอันดับสารพัดสัตว์ในโลกถือว่ามีแรงกัดเป็นอันดับ 3 ของโลกเป็นรองจากจระเข้น้ำเค็ม และไฮยีน่า การกัดของอัลลิเกเตอร์ จะกัดแล้วล็อค

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *