‘นักวิชาการ’ชี้แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้ำหยดคือหลักฐานมหาสมุทรที่คั่นระหว่างแผ่นเปลือกโลกอินโด-ไชน่าและฉาน-ไทย

ซากดึกดำบรรพ์

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ดร.สมบุญ โฆษิตานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรธรณีวิทยา กล่าวถึงการลงพื้นที่สำรวจแหล่งธรณีวิทยาภูน้ำหยด “ทุ่งโขดหินกรวดมนฟอสซิล 240 ล้านปี” ยุคปลายเพอร์เมียน ที่บริเวณ หมู่ 12 บ้านยางจ่า ต.ภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ว่า แหล่งซากดึกดำบรรพ์ภูน้ำหยดมีความสำคัญ เป็นหลักฐานทางธรณีวิทยาอีกแห่งที่พบได้ไม่มากในโลกนี้ ซึ่งอาจจะบ่งบอกถึงตำแหน่งภูมิศาสตร์ของโลกในอดีตได้ โดยเฉพาะเป็นหลักฐานของแอ่งสะสมตะกอนในมหาสมุทรหรือทะเลโบราณ ในปลายยุคตอนต้นมีทะเลใหญ่มากเรียกว่า ทะเลเททิสคั่นกลางระหว่าง 2 แผ่นเปลือกโลกคือ อินโด-ไชน่าและฉาน-ไทย โดยแหล่งธรณีวิทยาภูน้ำหยดตรงนี้คือหลักฐานทะเลเททิสที่ยังหลงเหลืออยู่

ดร.สมบุญกล่าวอีกว่า สำหรับลักษณะของโขดหินที่พบซึ่งเรียกกันว่า หินกรวดมนแสดงถึงการตกตะกอนในช่วงสิ้นสุดของยุคเพอร์เมียนหรือยุคโลกตอนต้น ก่อนโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และบริเวณตรงนี้ลักษณะภูมิประเทศเดิมเป็นแนวหินปะการังใหญ่ที่มีขนาดใหญ่เหมือนที่เกรตแบร์ริเออร์รีฟ (Great Barrier Reef)ของทวีปออสเตรียเลีย ที่ชื่อเสียงของโลก หลังจากนั้นเกิดการยกตัวทำให้ในแอ่งหยุดการตกตะกอน และทำให้แนวหินปะการังดังกล่าวโผล่ขึ้นพ้นพื้นน้ำ จึงอิทธิพลของแสงแดและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิจึงเกิดการแตกหัก และมาสะสมตัวที่เป็นไหล่ทวีปก่อนเกิดการแข็งตัวกลายเป็นหินในที่สุด ซึ่งยุคนี้ถือเป็นนี้เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงของโลกครั้งใหญ่ และมีการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในช่วงนั้น

“ส่วนลักษณะภูมิบริเวณตรงนี้มีความเฉพาะตัวแบบที่เรียกว่า ป่าช้าหิน คือมีหินปูนโผล่บนพื้นดินแบบตะปุ่มตะป่ำ และกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างมากเป็นตารางกิโลเมตร ทั้งนี้ตามรายงานไม่เคยมีการพบแหล่งธรณีวิทยาแบบเดียวกันนี้ในสถานที่อื่นๆซึ่งมากมายขนาดเป็นเนินภูเขาทั้งลูกแบบนี้ โดยหินปูนเหล่านี้ยังมีซากของฟอสซิลปะการังเยอะมากและมีหลายสายพันธุ์ นอกจากนี้ยังมีซากสิ่งมีชีวิตอาทิ พลับพลึงทะเล สาหร่ายขนาดใหญ่ หอยตะเกียง หอยฝาเดียว หอยสองฝา หอยงวงช้างและสัตว์เซลเดียวอื่นๆ ซึ่งบ่งชี้หรือแสดงให้เห็นว่ามีความหลากหลายในซากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์”ดรสมบุญกล่าว

ซากดึกดำบรรพ์

ดร.สมบูรณ์กล่าวอีกว่า ฉะนั้นซากดึกดำบรรพ์เหล่านี้จึงเป็นตัวบ่งชี้ถึงความเก่าแก่และกำหนดอายุได้ ส่วนการพบแหล่งธรณีที่คล้ายคลึงกันก่อนหน้านี้ก็มีบ้างแต่ขนาดพื้นที่ที่เล็กกว่านี้มาก อย่างเช่นที่เขาแผงม้า อ.ชัยบาดาล โดยบริเวณตรงเขาแผงม้าจะมีการแสดงอันดับชั้นหิน ที่แสดงถึงการสิ้นสุดของยุคโลกตอนต้นได้ชัดเจนและบริเวณนี้เคยมีการสำรวจไปแล้ว ส่วนแหล่งภูน้ำหยดก็สันนิษฐานว่าคงเป็นแนวเดียวกัน ที่สำคัญจะไปเสริมประวัติศาสตร์ของโลกในยุคนี้ที่มีความต่อเนื่องมาตั้งแต่ถ้ำใหญ่น้ำหนาว ตอนเหนือของเพชรบูรณ์ไล่ลงมาถึงภูน้ำหยด อ.วิเชียรบุรี และต่อเนื่องไปถึง อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นทะเลเดียวกันมาก่อน หลังจากข่าวนี้ทางนักวิชาการสนใจเข้ามาสอบถามรายละเอียดหลายท่าน คาดว่าจะมีผู้สนใจมาศึกษาค้นนคว่ารายละเอียดอีกเป็นจำนวนมาก

นายอรุณ เมฆฉาย นายอำเภอวิเชียรบุรีกล่าวว่า สำหรับแหล่งธรณีบริเวณนี้ไม่ใช่เป็นที่ดิน สปก.เพียงอย่างเดียว แต่พื้นที่ยังคาบเกี่ยวกับเขตพื้นที่ป่าอีกด้วย โดยเฉพาะบริเวณที่มีโขดหินค่อนข้างมากซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ทางป่าไม้ นอกจากนี้ยังต้องมีการเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ให้ช่วยกันอนุรักษ์แหล่งธรณีวิทยาแห่งนี้เอาไว้ ขณะเดียวกันหากจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวยังจะต้องพัฒนาถนน รวมทั้งสาธารณูปโภคต่างๆและอาคารจัดแสดง โดยสิ่งเหล่านี้คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆฝ่ายรวมทั้งการมีส่วนร่วมของชาวบ้านในพื้นที่อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *