กาฬสินธุ์ตื่นรอยเท้าปริศนาบนลานหินภูดานม้าคาดเป็นสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์

ชาวบ้านตำบลนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ แตกตื่นหลังพบรอยเท้าปริศนาบนลานหินภูดานม้า เขตป่าชุมชนภูโหล่ย ลักษณะคล้ายรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่เป็นหลุมลึก พบมากถึง 30 รอย แจ้งผู้นำชุมชนประสานอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ เบื้องต้นสันนิษฐานเป็นรอยเท้าช้างดึกดำบรรพ์ยุคไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี รุ่นเดียวกับซากฟอสซิลไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

ผู้สื่อข่าว ได้รับการประสานจากนายสุภาพ ไชยสุข นายก อบต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ว่ามีการพบรอยประหลาดคล้ายรอยเท้าสัตว์บริเวณลานหินภูดานม้า เขตป่าชุมชนภูโหล่ย พื้นที่ ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งทำให้ชาวบ้านในพื้นที่และในละแวกใกล้เคียง แตกตื่นและแห่เดินทางขึ้นไปชมรอยเท้าประหลาดจำนวนมาก และในทันทีที่ทราบข่าวผู้สื่อข่าว ประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นายกันตพล สุขสงค์ ปลัดอาวุโสอำเภอกุฉินารายณ์ นายโสภณ เจริญพร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ สาขากุฉินารายณ์ โดยมีนายจำรัส ไชยสุข กำนันตำบลนาโก และคณะกรรมการหมู่บ้านนำตรวจสอบและให้ข้อมูลกาฬสินธุ์ตื่นรอยเท้าปริศนาบนลานหินภูดานม้าคาดเป็นสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์

ทั้งนี้ คณะสำรวจได้นำเจ้าหน้าที่และผู้สื่อข่าว เดินเท้าขึ้นไปตามความลาดชันของเชิงเขา ซึ่งเป็นที่พักสงฆ์ภูดานม้า มีโขดหินและต้นไม้ปกคลุมหนาแน่น ลึกเข้าไปประมาณ 500 เมตร ถึงบริเวณที่พบรอยประหลาด ห่างจากแนวกันไฟป่าประมาณ 20 เมตร ซึ่งเป็นลานหินลาดเอียง มีร่องรอยการทำความสะอาด ขันน้ำ แก้วน้ำ และดอกไม้ธูปเทียน ที่ชาวบ้านนำมาเซ่นสรวงกราบไหว้วางอยู่หลายจุด

จากการสำรวจรอยประหลาดบนลานหินภูดานม้า ซึ่งเป็นลานหินโล่ง ไม่มีต้นไม้ปกคลุม กว้างประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 19 เมตร โดยสิ่งพบคือหลุมที่กระจายเต็มลานหินที่มีลักษณะคล้ายกับเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ รูปทรงวงกลม ขาดความกว้างเฉลี่ย 50 – 60 ซม. แต่อีกด้านมีรอยหยักประมาณ 5 หยัก มีความลึกประมาณ 15-20 ซม. แต่ละรอยห่างกันเป็นระยะๆ ดูเผินๆเหมือนรอยเท้าสัตว์ขนาดใหญ่ ที่กำลังจะเดินขึ้นไปตามความลาดชัน ขนาดหลุมต่างกันSlot Online

นายจำรัส ไชยสุข กำนันตำบลนาโก กล่าวว่า วันก่อนมีชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่า ได้พบพระธุดงค์รูปหนึ่งซึ่งได้เข้ามาปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์บนภูดานม้าแห่งนี้ ว่าได้พบร่องรอยประหลาดบนลานหินกลางป่า แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นรอยอะไร จึงได้พากันเข้ามาสำรวจ และได้พบว่าเป็นร่องรอยประหลาดเหมือนรอยเท้าช้าง หรืออุ้งเท้าหมี มีขนาดเล็กใหญ่ต่างกัน ประมาณ 30 รอย จึงได้ประสานทางอำเภอและส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้ามาสำรวจเบื้องต้น เพื่อหาแนวทางสำรวจอย่างเป็นทางการต่อไป

“แต่ทั้งนี้หลายปีก่อนได้เคยแจ้งให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ฯ มารับเอาซากฟอสซิลบริเวณใกล้เคียงไปจำนวนมาก ส่วนความเป็นไปได้ของการค้นพบรอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์ น่าจะเป็นไปได้สูงและมีความเชื่อว่าจะเป็นเช่นนั้น เพราะพื้นที่แห่งนี้ห่างจากวนอุทยานภูแฝก อ.นาคู ซึ่งเป็นจุดพบรอยเท้าไดโนเสาร์เพียง 40 กม. เท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม หลังจากชาวบ้านได้ทราบข่าว ต่างแตกตื่นมาดูเป็นจำนวนมาก บางคนนำดอกไม้ธูปเทียนมาบูชา และขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่เจ้าทาง และขอโชคลาภตามความเชื่อ โดยการค้นพบรอยประหลาดตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีคนโชคดีจากการนับรอยเทประหลาดไปเสี่ยงโชคไปจำนวนมาก ซึ่งในส่วนนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้หวงห้าม เพียงแต่ห้ามสัมผัสหรือใช้วัสดุชนิดใด ทำการขุดหรือปรับแต่งร่องรอยดังกล่าว เพราะอาจจะเกิดการผุกร่อนเสียหายได้ เบื้องต้นก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเข้ามาสอดส่องดูแล และรอเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น กรมทรัพยากรธรณี เข้ามาสำรวจอีกครั้ง

ทั้งนี้ ภูดานม้า เป็นภูเขาลูกเล็กๆอีกลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นป่าชุมชนเขตภูโหล่ย ภูเขาบริวารเทือกเขาภูพาน อดีตเคยมีการค้นพบซากฟอสซิลดึกดำบรรพ์ และได้มีการนำตัวอย่างไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์สิรินธรไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ ก่อนที่จะมาพบรอยประหลาดในครั้งนี้ โดยสันนิษฐานว่ารอยเท้าปริศนาที่พบครั้งนี้ เป็นรอยเท้าสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ เช่น ช้าง หมี หรือไดโนเสาร์บางประเภท และอาจจะมีอายุในยุคเดียวกับซากฟอสซิลไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ล่าสุดทราบว่าทางท้องถิ่นได้ประสานอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่จะได้เข้าทำการสำรวจอย่างละเอียดต่อไป

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *